<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความคณิตศาสตร์ &#8211; KrooTor | ณัฐกร</title>
	<atom:link href="https://krootor.com/category/article-mathematics/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://krootor.com</link>
	<description>แค่ครูสอนคณิตศาสตร์คนหนึ่งที่ใช้ออกซิเจนในการหายใจ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Jul 2026 12:18:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>
	<item>
		<title>ภาพวาดการ์ตูนสรุปภาคตัดกรวย</title>
		<link>https://krootor.com/5976</link>
					<comments>https://krootor.com/5976#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2026 12:18:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรขาคณิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5976</guid>

					<description><![CDATA[ภาพวาดการ์ตูนสรุปภาคตัดกรวยสวยๆ โดย Ketrina Thompson *รูปภาพได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพแล้ว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพวาดการ์ตูนสรุปภาคตัดกรวยสวยๆ โดย Ketrina Thompson *</p>
<p><a href="https://krootor.com/5976" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5976/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จำนวนจินตภาพแท้ (Purely Imaginary Number)</title>
		<link>https://krootor.com/5497</link>
					<comments>https://krootor.com/5497#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2026 09:36:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Complex Numbers]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5497</guid>

					<description><![CDATA[จำนวนจินตภาพแท้ (Purely Imaginary Number) คือจำนวนเชิงซ้อน ที่มีส่วนจริงเป็นศูนย์ แต่ส่วนจินตภาพไม่เท่ากับศูนย์ เช่น 3i, i, -i ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ 1 3i เป็นจำนวนจินตภาพแท้หรือไม่ตอบ 3i เป็นจำนวนจินตภาพแท้ เพราะมีส่วนจริงเป็นศูนย์ และมีส่วนจินตภาพเป็น 3 ตัวอย่างที่ 2 ข้อใดคือจำนวนจินตภาพแท้ก. 1 ข. -7 ค. -4i ง. -2 + 2iตอบ ค. -4i เพราะมีส่วนจริงเป็นศูนย์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จำนวนจินตภาพแท้ (Purely Imaginary Number) คือจำนวนเชิงซ้อน ที่มีส่วนจริงเป็นศูนย์ แต่ส่วนจินตภาพไม่เท่ากับศูนย์ เช่น 3i, i, -i ตัวอย่างที่ 1 3i เป็นจำนวนจินตภาพแท้หรือไม่ ตอบ 3i เป็นจำนวนจินตภาพแท้ เพราะมีส่วนจริงเป็นศูนย์ และมีส่วนจินตภาพเป็น 3 ตัวอย่างที่ 2 ข้อใดคือจำนวนจินตภาพแท้ ก. 1 ข. -7 ค. -4i ง. -2 + 2i ตอบ ค.</p>
<p><a href="https://krootor.com/5497" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5497/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จำนวนนับ (Counting Number)</title>
		<link>https://krootor.com/2363</link>
					<comments>https://krootor.com/2363#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Dec 2025 08:35:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mathematics]]></category>
		<category><![CDATA[จำนวนและตัวเลข]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความวิชาคณิตศาสตร์ ม.1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=2363</guid>

					<description><![CDATA[จำนวนนับ (Counting Number) คือ จำนวนธรรมชาติที่ใช้ในการนับวัตถุ สิ่งของ โดยจะเริ่มจาก 1 และต่อเนื่องเป็น 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15 และต่อไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จำนวนนับเป็นจำนวนธรรมชาติ (Natural number) และจำนวนเต็มบวก (Positive Integer) 0 เป็นจำนวนนับหรือไม่ ตัวเลข 0 ไม่เป็นจำนวนนับ เพราะ 0 แสดงถึงการไม่มี จึงไม่สามารถนับ 0 ได้ จำนวนนับที่มีค่าน้อยที่สุด จำนวนนับที่มีค่าน้อยที่สุด คือ 1 จำนวนนับที่มีค่ามากที่สุด เนื่องจากจำนวนนับมีต่อไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นจึงไม่สามารถหาจำนวนนับที่มากที่สุดได้ จำนวนนับสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ FAQ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จำนวนนับ (Counting Number) คือ จำนวนธรรมชาติที่ใช้ในการนับวัตถุ สิ่งของ โดยจะเริ่มจาก 1 และต่อเนื่องเป็น 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15 และต่อไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จำนวนนับเป็นจำนวนธรรมชาติ (Natural number) และจำนวนเต็มบวก (Positive Integer) ตัวเลข 0 ไม่เป็นจำนวนนับ เพราะ 0 แสดงถึงการไม่มี จึงไม่สามารถนับ 0 ได้ จำนวนนับที่มีค่าน้อยที่สุด คือ 1…</p>
<p><a href="https://krootor.com/2363" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/2363/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทฤษฎีบททวินาม (Binomial theorem)</title>
		<link>https://krootor.com/5425</link>
					<comments>https://krootor.com/5425#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 02:38:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Algebra (พีชคณิต)]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีบททวินาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5425</guid>

					<description><![CDATA[ทฤษฎีบททวินาม (Binomial theorem) เป็นวิธีลัดในการหาการกระจายเลขยกกำลังของพหุนามที่มีสองพจน์ (ทวินาม) $(a+b)^n$ โดยไม่ต้องคูณทวินาม $n$ ครั้ง รูปแบบทั่วไปของทฤษฎีบททวินาม คือ $$(a+b)^n=\sum_{k=0}^n \binom{n}{k} a^{n-k} b^k$$ เมื่อ $a, b$ เป็นจำนวนจริง และ $n\geq0$ โดยที่ $\binom{n}{k}$ คือ สัมประสิทธิ์ทวินาม ซึ่งมีค่าเท่ากับจำนวนวิธีเลือก $k$ ตัวจาก $n$ ตัว สามารถคำนวณได้จากสูตร $$\binom{n}{k} = \frac{n!}{k!(n-k)!}$$ ดีกรี การกระจาย การกระจายทวินาม $n = 0$ $(a+b)^0$ $1$ $n = 1$ $(a+b)^1$ $1a + 1b$ $n = 2$ $(a+b)^2$ $1a^2 +2ab [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทฤษฎีบททวินาม (Binomial theorem) เป็นวิธีลัดในการหาการกระจายเลขยกกำลังของพหุนามที่มีสองพจน์ (ทวินาม) $(a+b)^n$ โดยไม่ต้องคูณทวินาม $n$ ครั้ง รูปแบบทั่วไปของทฤษฎีบททวินาม คือ $$(a+b)^n=\sum_{k=0}^n \binom{n}{k} a^{n-k} b^k$$ เมื่อ $a, b$ เป็นจำนวนจริง และ $n\geq0$ โดยที่ $\binom{n}{k}$ คือ สัมประสิทธิ์ทวินาม ซึ่งมีค่าเท่ากับจำนวนวิธีเลือก $k$ ตัวจาก $n$ ตัว สามารถคำนวณได้จากสูตร…</p>
<p><a href="https://krootor.com/5425" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5425/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าพารามิเตอร์และค่าสถิติ</title>
		<link>https://krootor.com/5172</link>
					<comments>https://krootor.com/5172#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Aug 2025 03:38:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Statistics and Probability]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าพารามิเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าสถิติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5172</guid>

					<description><![CDATA[ในการศึกษาทางสถิติ เรามักต้องการทราบลักษณะหรือคุณสมบัติบางอย่างของประชากร เช่น ค่าเฉลี่ย ความแปรปรวน หรือสัดส่วน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรเป็นสิ่งที่ทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ จึงต้องอาศัย การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง มาใช้แทน แล้วจึงใช้ค่าทางสถิติเป็นตัวประมาณค่าที่แท้จริงของประชากร ซึ่งเรียกว่าพารามิเตอร์ ค่าพารามิเตอร์ (Parameter) ค่าพารามิเตอร์ คือ ค่าที่ใช้แทนลักษณะของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นค่าคงที่ (constant) แม้เราจะไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดในทางปฏิบัติ เพราะมีจำนวนมาก ค่าสถิติ (Statistic) ค่าสถิติ คือ ค่าที่ได้จากการคำนวณข้อมูลในกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งใช้เพื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ ตารางเปรียบเทียบสัญลักษณ์ของพารามิเตอร์และค่าสถิติ ค่า พารามิเตอร์ (ประชากร) ค่าสถิติ (กลุ่มตัวอย่าง) ค่าเฉลี่ย [latex]\mu[/latex] [latex]\bar{X}[/latex] ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน [latex]\sigma[/latex] S.D. หรือ S ความแปรปรวน [latex]\sigma^2[/latex] [latex]S^2[/latex] สัดส่วน [latex]P[/latex] [latex]\hat{p}[/latex] จำนวนหรือขนาด [latex]N[/latex] [latex]n[/latex] ความแตกต่างของค่าพารามิเตอร์และค่าสถิติ ค่าพารามิเตอร์เป็นค่าที่ได้จากประชากรทั้งหมด ส่วนค่าสถิติเป็นค่าที่ได้จากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งนำไปใช้เพื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในการศึกษาทางสถิติ เรามักต้องการทราบลักษณะหรือคุณสมบัติบางอย่างของประชากร เช่น ค่าเฉลี่ย ความแปรปรวน หรือสัดส่วน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรเป็นสิ่งที่ทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ จึงต้องอาศัย การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง มาใช้แทน แล้วจึงใช้ค่าทางสถิติเป็นตัวประมาณค่าที่แท้จริงของประชากร ซึ่งเรียกว่าพารามิเตอร์ ค่าพารามิเตอร์ คือ…</p>
<p><a href="https://krootor.com/5172" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5172/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการหาค่าตรีโกณมิติ sin cos tan โดยใช้มือซ้าย</title>
		<link>https://krootor.com/5115</link>
					<comments>https://krootor.com/5115#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jul 2025 14:29:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mathematics]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีโกณมิติ (Trigonometry)]]></category>
		<category><![CDATA[การหาค่าตรีโกณมิติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5115</guid>

					<description><![CDATA[การเรียนรู้ฟังก์ชันตรีโกณมิติอย่าง Sine (sin), Cosine (cos) และ Tangent (tan) อาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่มีเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้จดจำค่าเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือ เทคนิค “มือซ้าย” ที่ใช้แค่ฝ่ามือ ก็สามารถจำค่า sin cos tan ของมุมพื้นฐาน 0°, 30°, 45°, 60°, และ 90° ได้แล้ว การใช้มือซ้ายหาค่า sin, cos, tan 1. กางมือซ้ายขึ้นมา นิ้ว มุมที่แทน นิ้วโป้ง 0° นิ้วชี้ 30° นิ้วกลาง 45° นิ้วนาง 60° นิ้วก้อย 90° 2. การหาค่า sin(θ) ตัวอย่าง: $$\sin(30°) = \frac{\sqrt{1}}{2} = \frac{1}{2}$$ 3. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเรียนรู้ฟังก์ชันตรีโกณมิติอย่าง Sine (sin), Cosine (cos) และ Tangent (tan) อาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่มีเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้จดจำค่าเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือ เทคนิค “มือซ้าย” ที่ใช้แค่ฝ่ามือ ก็สามารถจำค่า sin cos tan ของมุมพื้นฐาน 0°, 30°, 45°, 60°, และ 90° ได้แล้ว 1. กางมือซ้ายขึ้นมา 2. การหาค่า sin(θ) ตัวอย่าง: $$\sin(30°) = \frac{\</p>
<p><a href="https://krootor.com/5115" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5115/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การคูณจำนวนเต็ม (Multiplication of Integers)</title>
		<link>https://krootor.com/5088</link>
					<comments>https://krootor.com/5088#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 02:14:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Algebra (พีชคณิต)]]></category>
		<category><![CDATA[Mathematics]]></category>
		<category><![CDATA[จำนวนและตัวเลข]]></category>
		<category><![CDATA[บทความวิชาคณิตศาสตร์ ม.1]]></category>
		<category><![CDATA[การคูณจำนวนเต็ม]]></category>
		<category><![CDATA[การคูณจำนวนเต็ม ม.1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=5088</guid>

					<description><![CDATA[วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องสนุกๆ ในวิชาคณิตศาสตร์กัน นั่นก็คือ “การคูณจำนวนเต็ม” นั่นเองครับ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการคูณเลขธรรมดา (ที่เป็นบวก) มาแล้ว แต่จำนวนเต็มนั้นมีทั้งจำนวนเต็มบวก, จำนวนเต็มลบ, และศูนย์ การคูณเลขเหล่านี้จะมีวิธีการอย่างไร เรามาดูกันเลย! 1. ทบทวนเรื่องจำนวนเต็ม ก่อนอื่น เรามาทบทวนกันก่อนว่าจำนวนเต็มมีอะไรบ้าง 2. หลักการคูณจำนวนเต็ม การคูณจำนวนเต็มนั้นไม่ยากเลยครับ มีหลักการง่ายๆ ที่เราต้องจำแค่ไม่กี่ข้อ โดยเราจะแบ่งเป็นกรณีต่างๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น กรณีที่ 1: จำนวนเต็มบวก × จำนวนเต็มบวก นี่คือการคูณที่เราคุ้นเคยที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น จำนวนเต็มบวก เสมอ กรณีที่ 2: จำนวนเต็มบวก × จำนวนเต็มลบ เมื่อเรานำจำนวนเต็มบวกมาคูณกับจำนวนเต็มลบ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น จำนวนเต็มลบ เสมอ กรณีที่ 3: จำนวนเต็มลบ × จำนวนเต็มบวก ในทำนองเดียวกัน เมื่อเรานำจำนวนเต็มลบมาคูณกับจำนวนเต็มบวก ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงเป็น จำนวนเต็มลบ กรณีที่ 4: จำนวนเต็มลบ × [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องสนุกๆ ในวิชาคณิตศาสตร์กัน นั่นก็คือ “การคูณจำนวนเต็ม” นั่นเองครับ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการคูณเลขธรรมดา (ที่เป็นบวก) มาแล้ว แต่จำนวนเต็มนั้นมีทั้งจำนวนเต็มบวก, จำนวนเต็มลบ, และศูนย์ การคูณเลขเหล่านี้จะมีวิธีการอย่างไร เรามาดูกันเลย! ก่อนอื่น เรามาทบทวนกันก่อนว่าจำนวนเต็มมีอะไรบ้าง การคูณจำนวนเต็มนั้นไม่ยากเลยครับ มีหลักการง่ายๆ…</p>
<p><a href="https://krootor.com/5088" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/5088/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การใช้เอ็ดในตัวเลขที่ลงท้ายด้วย 1</title>
		<link>https://krootor.com/4930</link>
					<comments>https://krootor.com/4930#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 May 2025 09:54:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mathematics]]></category>
		<category><![CDATA[จำนวนและตัวเลข]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้เอ็ด]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็ดหรือหนึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=4930</guid>

					<description><![CDATA[ตัวเลข 1 เมื่ออยู่ท้ายตัวเลขตั้งแต่สองหลักขึ้นไป ให้อ่านว่า เอ็ด ตัวเลข 1 ที่อยู่หน้าสุด หรืออยู่ในตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้อยู่ท้ายสุด ให้อ่านว่า หนึ่ง การใช้เอ็ดในหลักล้าน จำนวนตั้งแต่สิบล้านขึ้นไป หากมีตัวเลข 1 ในหลักล้าน อ่านว่าเอ็ด เหมือนอยู่ในหลักหน่วย ตัวเลข อ่านว่า 1 หนึ่ง 11 สิบเอ็ด 21 ยี่สิบเอ็ด 101 หนึ่งร้อยเอ็ด 801 แปดร้อยเอ็ด 1,101 หนึ่งพันหนึ่งร้อยเอ็ด 4,301 สี่พันสามร้อยเอ็ด 101,000 หนึ่งแสนหนึ่งพัน 201,001 สองแสนหนึ่งพันเอ็ด 1,000,021 หนึ่งล้านยี่สิบเอ็ด 11,000,000 สิบเอ็ดล้าน 11,000,001 สิบเอ็ดล้านเอ็ด 501,741,221 ห้าร้อยเอ็ดล้านเจ็ดแสนสี่หมื่นหนึ่งพันสองร้อยยี่สิบเอ็ด 6,001,461,300 หกพันเอ็ดล้านสี่แสนหกหมื่นสามร้อย ข้อยกเว้นการใช้เอ็ด References พรทิพย์ เดชทิพย์ประภาพ (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา). (2553). หนึ่ง หรือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตัวเลข 1 เมื่ออยู่ท้ายตัวเลขตั้งแต่สองหลักขึ้นไป ให้อ่านว่า เอ็ด ตัวเลข 1 ที่อยู่หน้าสุด หรืออยู่ในตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้อยู่ท้ายสุด ให้อ่านว่า หนึ่ง จำนวนตั้งแต่สิบล้านขึ้นไป หากมีตัวเลข 1 ในหลักล้าน อ่านว่าเอ็ด เหมือนอยู่ในหลักหน่วย References พรทิพย์ เดชทิพย์ประภาพ (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา). (2553). หนึ่ง หรือ เอ็ด. Retrieved 31 May 2025…</p>
<p><a href="https://krootor.com/4930" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/4930/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บัค (Goldbach&#8217;s conjecture)</title>
		<link>https://krootor.com/3569</link>
					<comments>https://krootor.com/3569#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 04:25:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Algebra (พีชคณิต)]]></category>
		<category><![CDATA[บทความคณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความวิชาคณิตศาสตร์ ม.1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=3569</guid>

					<description><![CDATA[ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บัค (Goldbach’s Conjecture) เป็นหนึ่งในปริศนาคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและยาวนานที่สุดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ข้อความคาดการณ์นี้ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1742 โดยนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ คริสเตียน โกลด์บัค (Christian Goldbach) ในจดหมายที่เขาเขียนถึง เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ (Leonhard Euler) นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวสวิส เนื้อหาของข้อความคาดการณ์ ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บัคกล่าวว่า: “จำนวนเต็มคู่ที่มากกว่า 2 ทุกจำนวนสามารถเขียนได้เป็นผลบวกของจำนวนเฉพาะสองจำนวน” ยกตัวอย่างเช่น: 4 = 2 + 26 = 3 + 38 = 3 + 510 = 3 + 7 แม้ว่าในกรณีของจำนวนเต็มคู่จำนวนน้อยๆ ข้อความคาดการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นจริง แต่นักคณิตศาสตร์ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความนี้เป็นจริงสำหรับจำนวนเต็มคู่ทุกจำนวนที่มีจำนวนมากๆ ประวัติและการพยายามพิสูจน์ ในยุคที่โกลด์บัคและออยเลอร์มีชีวิตอยู่นั้น การพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ยังไม่มีเทคนิคหรือเครื่องมือที่เพียงพอที่จะพิสูจน์ข้อความคาดการณ์นี้ได้ ออยเลอร์เองก็พยายามหาวิธีพิสูจน์ข้อความคาดการณ์นี้ แต่เขาไม่สามารถทำสำเร็จ ตั้งแต่นั้นมา นักคณิตศาสตร์จำนวนมากได้พยายามพิสูจน์ข้อความคาดการณ์นี้ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบกรณีจำนวนเต็มคู่ขนาดใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าข้อความนี้เป็นจริงสำหรับทุกจำนวนเต็มคู่ได้ ผลงานของคอมพิวเตอร์และการค้นพบเพิ่มเติม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บัค (Goldbach’s Conjecture) เป็นหนึ่งในปริศนาคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและยาวนานที่สุดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ข้อความคาดการณ์นี้ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1742 โดยนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ คริสเตียน โกลด์บัค (Christian Goldbach) ในจดหมายที่เขาเขียนถึง เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ (Leonhard Euler) นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวสวิส ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บัคกล่าวว่า…</p>
<p><a href="https://krootor.com/3569" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/3569/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิซซาขนาด 9 นิ้ว VS พิซซาขนาด 5 นิ้ว 2 ถาด</title>
		<link>https://krootor.com/3973</link>
					<comments>https://krootor.com/3973#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Sep 2024 05:03:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความคณิตศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=3973</guid>

					<description><![CDATA[จากเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2566 ผู้ใช้งาน x.com ชื่อ roychandan ได้ทวิตข้อความในการสั่งพิซซาขนาด 9 นิ้ว แต่พนักงานแจ้งว่าหมด จึงเสนอเป็นพิซซาขนาด 5 นิ้ว จำนวน 2 ถาดแทน และยังบอกว่าได้พิซซาฟรีเพิ่มตั้ง 1 นิ้วเลยนะ เขาจึงขอให้พนักงานโทรหาเจ้าของร้าน และใช้สูตรคณิตศาสตร์สำหรับคำนวณพื้นที่วงกลม พื้นที่วงกลม = πr² โดยที่ π = 3.1415926 โดยที่ r คือรัศมีของวงกลม ดังนั้นพื้นที่วงกลมขนาด 9 นิ้ว = 63.62 ในขณะที่พื้นที่วงกลมขนาด 5 นิ้วคือ 19.63 สุดท้ายเจ้าของร้านต้องเสิร์ฟพิซซาให้เขาทั้งหมด 4 ถาด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2566 ผู้ใช้งาน x.com ชื่อ roychandan ได้ทวิตข้อความในการสั่งพิซซาขนาด 9 นิ้ว แต่พนักงานแจ้งว่าหมด จึงเสนอเป็นพิซซาขนาด 5 นิ้ว จำนวน 2 ถาดแทน และยังบอกว่าได้พิซซาฟรีเพิ่มตั้ง 1 นิ้วเลยนะ เขาจึงขอให้พนักงานโทรหาเจ้าของร้าน และใช้สูตรคณิตศาสตร์สำหรับคำนวณพื้นที่วงกลม พื้นที่วงกลม = πr² โดยที่ π = 3.1415926 โดยที่ r คือรัศมีของวงกลม ดังนั้นพื้นที่วงกลมขนาด 9 นิ้ว = 63.62…</p>
<p><a href="https://krootor.com/3973" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/3973/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกเบี้ยทบต้น (Compound interest)</title>
		<link>https://krootor.com/3788</link>
					<comments>https://krootor.com/3788#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jul 2024 07:52:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Algebra (พีชคณิต)]]></category>
		<category><![CDATA[บทความคณิตศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=3788</guid>

					<description><![CDATA[ดอกเบี้ยทบต้น (Compound interest) เป็นดอกเบี้ยที่ใช้ในสถาบันการเงิน เช่น การกู้เงิน หรือการฝากเงินกับทางธนาคาร เป็นดอกเบี้ยที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร? ดอกเบี้ยทบต้น คือดอกเบี้ยที่คิดจากการเอาดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา รวมกับเงินต้นเดิม แล้วคิดเป็นเงินต้นใหม่ในรอบปัจจุบัน ทบเป็นเงินต้นกันไปเรื่อยๆ สูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้น สูตรดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest Formula) สามารถคำนวณหาเงินรวมทั้งหมดที่จะได้รับจากสูตร $$\text{A}=\text{P}\left (1+\frac{r}{n} \right )^{nt}$$ เมื่อ A แทนเงินรวม, P แทนเงินต้น, r แทนอัตราดอกเบี้ยต่อปี (หน่วยทศนิยม), n แทนจำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี และ t แทนระยะเวลา (ปี) อัตราดอกเบี้ย (r) ต้องเปลี่ยนจากเปอร์เซ็นต์ (%) ให้อยู่ในรูปทศนิยม โดยการหารด้วย 100 เช่น ดอกเบี้ย 5% จะเท่ากับ 5÷100 = 0.05 (อ่านเพิ่มเติม: การเขียนเปอร์เซ็นต์ให้อยู่ในรูปทศนิยม) สูตรคำนวณอัตราดอกเบี้ยทบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดอกเบี้ยทบต้น (Compound interest) เป็นดอกเบี้ยที่ใช้ในสถาบันการเงิน เช่น การกู้เงิน หรือการฝากเงินกับทางธนาคาร เป็นดอกเบี้ยที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน ดอกเบี้ยทบต้น คือดอกเบี้ยที่คิดจากการเอาดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา รวมกับเงินต้นเดิม แล้วคิดเป็นเงินต้นใหม่ในรอบปัจจุบัน ทบเป็นเงินต้นกันไปเรื่อยๆ สูตรดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest Formula)…</p>
<p><a href="https://krootor.com/3788" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/3788/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สูตรตรีโกณมิติ (Trigonometry Formulas)</title>
		<link>https://krootor.com/3743</link>
					<comments>https://krootor.com/3743#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Natthakon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 04:07:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตรีโกณมิติ (Trigonometry)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://krootor.com/?p=3743</guid>

					<description><![CDATA[1. สูตรตรีโกณมิติพื้นฐาน sin θ = ด้านตรงข้ามมุม θ / ด้านตรงข้ามมุมฉากcos θ = ด้านประชิดมุม θ / ด้านตรงข้ามมุมฉากtan θ = ด้านตรงข้ามมุม θ / ด้านประชิดมุม θcosec θ = ด้านตรงข้ามมุมฉาก / ด้านตรงข้ามมุม θsec θ = ด้านตรงข้ามมุมฉาก / ด้านประชิดมุม θcot θ = ด้านประชิดมุม θ / ด้านตรงข้ามมุม θ 2. เอกลักษณ์ปีทาโกรัส (Pythagorean Identities) ตามทฤษฎีบทพีทาโกรัส ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ถ้า c คือด้านตรงข้ามมุมฉาก และ a, b เป็นด้านประกอบมุมฉาก ดังนั้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1. สูตรตรีโกณมิติพื้นฐาน sin θ = ด้านตรงข้ามมุม θ / ด้านตรงข้ามมุมฉาก cos θ = ด้านประชิดมุม θ / ด้านตรงข้ามมุมฉาก tan θ = ด้านตรงข้ามมุม θ / ด้านประชิดมุม θ cosec θ = ด้านตรงข้ามมุมฉาก / ด้านตรงข้ามมุม θ sec θ = ด้านตรงข้ามมุมฉาก / ด้านประชิดมุม θ cot θ = ด้านประชิดมุม θ / ด้านตรงข้ามมุม θ 2. เอกลักษณ์ปีทาโกรัส (Pythagorean Identities) ตามทฤษฎีบทพีทาโกรัส ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ถ้า c…</p>
<p><a href="https://krootor.com/3743" rel="nofollow">Source</a></p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://krootor.com/3743/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
